การใช้และการดูแลระบบเบรก



ระบบเบรกนับว่าเป็นระบบที่มีความสำคัญต่อการใช้รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเกิดความเสียหายขี้น เราจะทราบก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องชะลอหรือหยุดรถ และเมื่อชะลอหรือหยุดรถไม่ได้ นั่นก็หมายถึงโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุอาจจะเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นการดูแลและหมั่นตรวจเช็กระบบเบรกตามคู่มือการใช้และการบำรุงรักษารถยนต์ถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก นอกจากการตรวจเช็กตามคู่มือการใช้รถแล้ว การนำรถเข้าตรวจเช็กตามระยะเวลาการใช้งานที่ศูนย์บริการก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่างจะตรวจสภาพการทำงานของระบบเบรก เพื่อการทำงานที่สมบูรณ์และปลอดภัย เช่น

• ตรวจเช็กประสิทธิภาพการหยุดของรถยนต์ (ระยะเบรก)

• ความสูงของระยะเบรกที่เท้า (แป้นเหยียบเบรก)

• อาการสั่นสะท้านขณะเบรก

• อาการปัดของเบรก

การตรวจระบบเบรก

• พนักงานช่างจะทำการตรวจการรั่วของระบบเบรกว่ามีน้ำมันเบรกรั่วที่แม่ปั๊มเบรก กระบอกเบรกที่ล้อ หรือท่อทางเดินของน้ำมันเบรกหรือไม่ ถ้ามีการรั่วอาจจะต้องเปลี่ยนชุดซ่อมหรืออะไหล่ตามความเสียหาย

• ผ้าเบรกหมดหรือจานเบรกสึกหรอเป็นรอย ถ้ามีความเสียหายอาจจะต้องเปลี่ยนผ้าเบรกและเจียระไนจานเบรก

• การติดตายของลูกสูบที่กระบอกเบรกที่ล้อ (เบรกติด-เบรกตาย) การติดขัดของกลไกอุปกรณ์ ถ้ามีความเสียหายจำเป็นที่จะต้องซ่อมแซมเปลี่ยนชิ้นส่วนที่จำเป็น



ถ้าตรวจสอบแล้วไม่พบความเสียหายพนักงานช่างก็จะทำความสะอาดเบรกและปรับตั้งระยะห่างของผ้าเบรกกับจานเบรก และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกถ้าน้ำมันเบรกสกปรกหรือหมดอายุการใช้งาน

อย่าลืมนะครับ! หมั่นตรวจเช็กระบบเบรกด้วยตัวเองและนำรถเข้าศูนย์บริการตามระยะทาง-ระยะเวลาการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถยนต์

ปัจจัยที่ทำให้รถหยุดได้ดีมีประสิทธิภาพเวลาเบรก คือ

– แรงเบรก กำลังในการเหยียบของคนขับ

– ประสิทธิภาพของระบบเบรก (แม่ปั๊ม, หม้อลม, จานเบรก, ผ้าเบรก)

– สภาพของยางล้อรถยนต์

– สภาพพื้นผิวถนน



ความสำคัญของน้ำมันเบรก

น้ำมันเบรกเป็นตัวกลางในการส่งถ่ายแรงการเหยียบเบรก (ส่งถ่ายแรงดันไฮดรอลิก) จากแม่ปั๊มเบรกส่งผ่านท่อทางเดินน้ำมัน

(แป๊บน้ำมันเบรก) สู่กระบอกเบรกที่ล้อ เพื่อจะดันให้ก้ามเบรกจับกับจานเบรกทำให้ล้อหยุด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์จะต้องหมั่นตรวจสอบน้ำมันเบรกและเติมตาม ความจำเป็นถ้าน้ำมันเบรกขาดหรือต่ำกว่าระดับในกระปุกน้ำมันเบรก ต้องเติมน้ำมันเบรกให้ถูกต้องกับเกรดที่ใช้อยู่ (การเติมน้ำมันเบรกผิดเกรดจะมีผลทำให้ประสิทธิภาพและจุดเดือดของน้ำมันเบรกต่ำลง)

สำนักงานมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอเมริกาได้กำหนด มาตรฐานน้ำมันเบรก เป็น DOT (Department of Transportation) โดยกำหนดจุดเดือดดังนี้


คุณสมบัติของน้ำมันเบรก

1. มีจุดเดือดสูง

2. มีความสามารถในการไหลที่อุณหภูมิต่ำได้ดี

3. ไม่กัดกร่อนและไม่ทำอันตรายต่อชิ้นส่วนในระบบเบรก

4. สามารถต้านทานการเกิดปฏิกิริยา Oxidation (ปฏิกิริยาทางเคมีที่มีการรวมตัวกับออกซิเจน)

5. มีคุณสมบัติในการหล่อลื่นที่ดี

6. สามารถรวมตัวกับน้ำได้

ข้อควรระวังเมื่อใช้น้ำมันเบรก

1. ตรวจสภาพน้ำมันเบรกและระดับน้ำมันเบรกตามระยะ (เติมน้ำมันตามชนิดที่กำหนด)

2. ระวังอย่าให้น้ำมันเบรกโดนสีรถ (กรณีที่โดนสีรถให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด)

3. เก็บน้ำมันเบรกในที่แห้ง ปิดฝาให้สนิทและระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง (กรณีที่สัมผัสโดนให้ล้างด้วยน้ำสะอาด)

4. ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกหลังฤดูฝน เพราะถ้ามีน้ำปนจะทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรกต่ำลง เมื่อเราเหยียบเบรกอุณหภูมิของผ้าเบรกและจานเบรกจะสูงขึ้นจนน้ำมันเบรกเดือดกลายเป็นไอที่เรียกอาการนี้ว่า เวเปอร์ล็อค (มีฟองอากาศในน้ำมัน) ทำให้น้ำมันเบรกเกิดการยุบตัวจนเบรกไม่อยู่หรือแป้นเหยียบเบรกจม (เบรกหายหรือเบรกจม)



กลับหน้าเรื่องน่ารู้อีซูซุ